| ISBN |
9789745884892 |
| ผู้แต่ง |
พินทุสร โชตนาการ |
| ชื่อเรื่อง |
วพ.รูปแบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด/ พินทุสร โชตนาการ |
| พิมพลักษณ์ |
กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล, 2539 |
| เลขเรียก |
870 พ682ร 2539 |
| รูปเล่ม |
141 หน้า |
| หมายเหตุ |
วิทยานิพนธ์ |
| หมายเหตุ |
Summary: บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยใช้วิธีการทั้งเชิงปริมาณและเชิง- คุณภาพเพื่อค้นหารูปแบบและวิธีการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองในผู้ป่วยมะเร็งเต้- านมที่ได้รับเคมีบำบัด โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีเจตคติที่ดีต่อโรคและการรักษา และมีคุณภาพชีวิตที่ดี กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มารับการรักาาด้วยเคมีบำบัดที่คลินิกโร- คมะเร็ง แผนกอายุรศาสาตร์ผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยคัดเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ทำกำหนด จำนวน 20 ราย-1.วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยเทคนิคการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกและการสังเก- ตุแบบมีส่วนร่วม โดยการบันทึกเทปและจดบันทึกเกี่ยวกับความต้องการของผู้ป่วยและสิ่งที่ผู้ป่วยกัง- วลห่วงใย ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง กระบวนการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วย และจดบันทึกวิธีการที่ผู้วิจัยช่วยเหลือผู้ป่วยในการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเอง ส่วนข้อมูลเชิงปริมาณเก็บรวบรวมด้วยแบบประเมินเจตคติต่อโรคและการรักษา แบบประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง และแบบประเมินความก้าวหน้าของผู้ป่วยซึ่งประกอบด้วยรูปแบบประเมินอาการข้างเคียง- ที่อาจเกิดขึ้นจากเคมีบำบัดขององค์การอนามัยโลก ซึ่งการเก็บข้อมูลทำเป็นระยะตลอดกระบวนการวิจัย คือ ก่อนการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองและหลักจากนั้นทุกเดือนติดต่อกันจนครบ 3 เดือน-2.ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดมีความต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโรคของตน ระยะของโรคที่ตนเองเป็น แผนการรักษาที่ตนจะได้รับและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และมีความกังวลห่วงใยในเรื่องต่อไปนี้ คือ เรื่องภาพลักษณ์ แผลผ่าตัด การเดินทาง น้ำหนักเพิ่ม ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพศสัมพันธ์ และอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากเคมีบำบัด ซึ่งแยกได้เป็น อาการผมร่วง คลื่นไส้ าเจียน เบื่ออาหาร ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย คือ เจตคติต่อโรคและการรักษา ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเชื่อ อุปนิสัยประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสุขภาพประสบการณ์ในอดีต ระบบครอบครัว การสนับสนุนทางสังคม และภาวะสุขภาพ และยังพบว่ากระบวนการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วยจะเกิดขึ้นได้ต้องผ่า- นกระบวนการ 2 ระยะ คือ ระยะของการพินิจพิจารณาและตัดสินใจ และระยะของการกระทำการดูแลตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลา ใช้ความพยายามและต้องค้นหาวิธีการดูแลตนเอง จากการเยนรู้และทดลองจากสิ่งที่ตนเองปฏิบัติ เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น และเรียนรู้จากแหล่งประโยชน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเอกสารแนะนำจากโรงพยาบาล แต่การที่ศักยภาพในการดูแลตนเองได้นั้นยังจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากบุคลา- กรทีมสุขภาพ ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้พบว่ารูปแบบการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ไดรับเคมี- บำบัดเป็นรูปแบบของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ ซึ่งมีวิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยทั้งหมด 9 วิธี คือ สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้ผู้ป่วยเกิดการเรียนรู้ที่จะพัฒนาศักยภาพในการ- ดูแลตนเอง สอนผู้ป่วย สร้างสัมพันธภาพเชิงบำบัด เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ป่วย ให้การชี้แนะ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีเจตคติที่ดีต่อโรคและการรักษา ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจ เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ป่วยและแพทย์และแนะนำแหล่งประโยชน์ให้กับผู้ป่วย นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพบว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการผู้ป่วยมีเจตคติต่อโรคและการรัก- ษา และมีคุณภาพชีวิตดีกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( p <.001 ) |
| หัวเรื่อง |
เต้านม |
| หัวเรื่อง |
ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม |
| หัวเรื่อง |
มะเร็ง |
| ผู้แต่งนิติบุคคล |
กรุงเทพฯ บัณฑิตวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล |