| ผู้แต่ง |
ศรีสุดา รัศมีพงศ์ |
| ชื่อเรื่อง |
วพ.ความเครียดและการเผชิญความเครียดในผู้ป่วยยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยเครื่องไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยเครื่องไตเทียม/ ศรีสุดา รัศมีพงศ์ |
| พิมพลักษณ์ |
กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย สาขาวิชาเอกพยาบาลสาธารณสุข ม.มหิดล, 2539 |
| เลขเรียก |
342 ศ275ค 2539 |
| รูปเล่ม |
210 หน้า ; ตาราง |
| หมายเหตุ |
วิทยานิพนธ์ |
| หมายเหตุ |
Summary: บทคัดย่อ ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้รูปแบบ Naturalistic inquiry เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเครียด การเผชิญความเครียด และผลการปรับตัวในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยเครื่องไตเทียม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยเครื่องไตเทียม ที่หน่วยไตเทียม มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย โรงพยาบาลสงฆ์ โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 30 ราย เครื่องมือในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพเกี่ยวกับความเครียดและการเผชิญความเครียด ผู้วิจัยใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก โดยใช้แนวคำถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากแนวความคิด ทฤษฎีความเครียดและการเผชิญความเครียดของลาซารัสและโฟล์คแมน การเก็บข้อมูลใช้การสัมภาษณ์ประกอบการสังเกตผู้ป่วยที่บ้าน และบันทึกข้อมูลด้วยเทปบันทึกเสียง ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักาาด้วยเครื่องไตเทียมต้องประสบกับความเครียดอันเนื่องมาจาก การเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังและวิธีการรักษาด้วยเครื่องไตเทียม ตามระยะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ความเครียด ระยะรับรู้การเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรัง 4 ระยะ พบว่าผู้ป่วยเริ่มมีปฏิกิริยาในทางลบ ซึ่งแสงดถึงการมีความเครียด นั้นตั้งแต่เริ่มรับรู้ว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นก่อนที่จะรู้ว่าป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง รับรู้การวินิจฉัยโรค รับรู้ความรุนแรงของโรค และรับรู้วิธีการรักษาโรค มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ-1. ความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยมีปฏิกิริยในทางลบซึ่งแสดงถึงการมีความเครียด ต่อข้อจำกัดเรื่องอาหารและน้ำดื่ม มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง อารมณ์ และสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในครอบครัว และการสูญเสียหน้าที่การงาน-2.ความเครียดจากวิธีการรักษาด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาในทางลบซึ่งแสดงถึงการมีความเครียด ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจนอกจากนั้นยังมีปัญหาทางด้านเศษฐกิจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษา-3.สำหรับวิธีการเผชิญความเครียด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้วิธีบรรเทาความเครียดทั้ง 3 ระยะข้างต้นด้วยการวางแผนแก้ไขปัญหา รับแรงสนับสนุนทางสังคมการถอยห่างจากเหตุการณ์ และการยอมรับสภาพการเจ็บป่วยตามลำดับ-4.ผลการปรับตัวทางด้านสังคม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังคงทำหน้าที่การงานได้และยังมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลในครอบค- รัว เพื่อน และผู้ร่วมงาน ผลการปรับตัว ด้านขวัญและกำลังใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอารมณ์ดีขึ้น มีความหวังและกำลังใจที่จะเผชิญกับโรคและการรักษา เนื่องจากได้รับกำลังใจจากครอบครัว และญาติพี่น้องแต่ส่วนใหญ่ยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ผลการปรับตัวด้านสุขภาพร่างกาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นจากข้อค้นพบดังกล่าว ผู้วิจัยเสนอแนะว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การดูแลผู้ป่วยที่รักษาด้วยเครื่องไตเทียม ควรตระหนักถึงความเครียด สาเหตุของความเครียด และวิธีการเผชิญความเครียดที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยในโรคนี้ทุกระยะและให้ข้อมูลเกี- ่ยวกับโรค วิธีการรักาาและข้อปฏิบัติตนอย่างกระจ่างชัด ต้องให้การดูแลเอาใจใส่ ตลอดจนคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยมีความหวัง และกำลังใจที่จะเผชิญกับปัญหาได้อย่างดี |
| หัวเรื่อง |
ไตเทียม |
| หัวเรื่อง |
ความเครียด |
| หัวเรื่อง |
ไตวายเรื้อรัง |
| ผู้แต่งนิติบุคคล |
บัณฑิตวิทยาลัย สาขาวิชาเอกพยาบาลสาธารณสุข ม.มหิดล |